วันศุกร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

หน้าแรก


คนไทยใช้งานอินเตอร์เน็ตมากกว่าเมื่อก่อนมาก มากจนอินเตอร์เน็ตกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันที่ขาดไม่ได้ของใครหลายคนไปแล้ว ไม่เพียงแค่การใช้งานอินเตอร์เน็ตผ่านทางเครื่องคอมพิวเตอร์พีซีหรือโน๊ตบุ๊คแบบเดิมๆ เดี๋ยวนี้เราเชื่อมต่อกับโลกอินเตอร์เน็ตได้ตลอดเวลาผ่านทางมือถือสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่พกพาติดตัวไปไหนต่อไหนได้อย่างสะดวก เรียกว่าออนไลน์กันได้ทั้งวัน ในเมื่อกลุ่มเป้าหมายที่อาจจะเป็นลูกค้าใช้เวลาอยู่กับอินเตอร์เน็ต คนขายของก็มานำเสนอขายสินค้ากัน

คำถามที่สงสัย?

ทำไม?ต้องขายสินค้าบนโลกออนไลน์ (E-Commerce)



ในโลกปัจจุบันปฏิเสธไม่ได้ว่าอินเทอร์เน็ตได้เข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในชีวิต ไม่เพียงแต่การสืบค้นข่าวสารข้อมูลต่างๆ การติดต่อสื่อสารในหมู่เพื่อนฝูง แต่ยังรวมไปถึงการซื้อขายสินค้าและบริการผ่านอินเทอร์เน็ตหรือที่นิยมเรียกกันว่า E-Commerce เพราะ E-Commerce บริการการซื้อขายออนไลน์ เพียงแค่คลิก ก็สามารถซื้อขายได้ทุกที่ง่ายดาย สร้างความสะดวกสบายให้ผู้ซื้อและผู้ขาย จับจ่ายได้ทุกที่ทุกเวลา
       นอกจากนั้น เทคโนโลยี ก็ยังถือเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยส่งเสริมให้ธุรกิจ E-Commerce
เติบโตไปได้อย่างรวดเร็วมาก เพราะการทำธุรกิจ E-Commerce ปัจจุบัน สามารถใช้งานได้จากหลายช่องทาง ทั้งทางสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต หรือ คอมพิวเตอร์ ซึ่งระบบของ E-Commerce ก็มาพร้อมความปลอดภัย โดยเว็บไซต์ E-Commerce ส่วนใหญ่จะมีระบบการจ่ายเงินที่สะดวกสบายแต่ระบบความปลอดภัยสูงมาก
       ยิ่งไปกว่านั้น E-Commerce ยังเป็นช่องทางใหม่สำหรับผู้ประกอบการ ซึ่งถือเป็นช่องทางหนึ่งที่ช่วยสร้างโอกาสในการขยายช่องทางการค้าขายให้ผู้ประกอบการได้มากยิ่งขึ้น และเป็นตัวช่วยหนึ่งในการเข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายและตรงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น ทั้งยังเป็นวิธีที่ดีในการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักอีกทางหนึ่งด้วย เพราะในปัจจุบันสังคมออนไลน์ถือเป็นสื่อหลักที่ช่วยในการโฆษณาและประชาสัมพันธ์ได้อย่างดีเยี่ยม ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ดังนั้นจึงถือเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการช่วยขยายแบรนด์ ซึ่งจะช่วยเพิ่มฐานลูกค้าและขยายฐานธุรกิจออกไปอีกด้วย การผันตัวของผู้ประกอบการเข้าสู่ E-Commerce ในสมัยนี้ แตกต่างจากสมัยก่อนอย่างสิ้นเชิง การเปลี่ยนแปลงนั้นสามารถทำได้ง่ายมาก ไม่เหมือนเมื่อก่อนที่ต้องมีความรู้และเข้าใจในเรื่องของ Programming, Designing, Database, Network, Internet, Payment และอื่นๆ แต่ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีในปัจจุบันทำให้หลายสิ่งหลายอย่างเป็นเรื่องง่ายขึ้นมาก จึงส่งผลให้ธุรกิจ E-Commerce เป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการต้องจับตา และเริ่มเรียนรู้มัน
       และโดยเฉพาะในปัจจุบันที่ประเทศไทยกำลังจะเข้าถึงยุค 3G อย่างแท้จริง
การใช้งานอุปกรณ์เคลื่อนที่ขยายตัวมากขึ้นเรื่อยๆ กระแสการใช้งานอุปกรณ์เคลื่อนที่จึงถือเป็นปัจจัยหนึ่งในการผลักดันให้การซื้อขายออนไลน์เติบโตมากยิ่งขึ้น
       สำหรับประเทศไทย เรามีเว็บไซต์ซื้อขายออนไลน์มากมาย ที่สร้างมาเพื่อเป็นอีกช่องทางการขายสำหรับผู้ประกอบการ และเพื่อเพิ่มทางเลือกสินค้าและบริการที่หลากหลายใหม่ๆ ให้ผู้บริโภค สนุกดอทคอม เว็บไซต์อันดับหนึ่งของประเทศไทย ก็ให้บริการธุรกิจ E-Commerce เช่นกัน ในชื่อ Sabuy.com ซึ่งปัจจุบัน มีร้านค้ากว่า 1,400 ร้านค้า เป็นแหล่งรวมสินค้าคุณภาพที่หลากหลาย ด้วยสินค้ากว่า 200,000 ชิ้น โดยสินค้าที่ขายดีที่สุด คือ สินค้าแฟชั่นผู้หญิงซึ่งเป็นสินค้ายอดนิยมในเว็บไซต์ซื้อขายออนไลน์ทุกเว็บไซต์ ด้วยสถิติผู้ใช้งานส่วนใหญ่ที่มีอายุระหว่าง 18-35 ปี โดยเป็นผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย  
       ในยุคสมัยที่สื่อสังคมออนไลน์มีอิทธิพลมากต่อชีวิตประจำวัน การบริหารธุรกิจ E-Commerce
จึงมีความจำเป็นต้องใช้การสื่อสารและกลยุทธ์ในหลายทิศทางในการทำให้ธุรกิจดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง
โดยมีส่วนหลักๆ ในการช่วยบริหารจัดการ คือ
       สังคมออนไลน์ช่วยเพิ่มยอดขาย นอกจากการค้าขายบนเว็บไซต์แล้ว
การใช้สังคมออนไลน์เป็นส่วนช่วยในการขับเคลื่อนถือว่าเป็นปัจจัยที่ช่วยผลักดันยอดขายได้เป็นอย่างดี ทั้ง
Facebook, Instagram, Pinterest หรือ Twitter สำหรับ Sabuy.com ก็เป็นเว็บไซต์ซึ่งมีหน้า Sabuy Facebook
Fanpage (http://www.facebook.com/sabuy.com)
ด้วยซึ่งถือเป็นช่องทางหนึ่งที่เข้ามาช่วยผู้ประกอบการในการโฆษณา สามารถประชาสัมพันธ์ข่าวสาร
โปรโมชั่น และโฆษณาสินค้าต่างๆ ได้อย่างสะดวกสบาย
       ความปลอดภัย หัวใจสำคัญของ E-Commerce  
       ธุรกิจ E-Commerce ในปัจจุบัน ล้วนแล้วแต่ต้องชำระเงินผ่านระบบออนไลน์ทั้งสิ้น
ดังนั้นความปลอดภัยในการชำระเงิน จึงถือเป็นอีกปัจจัยสำคัญในการซื้อขายออนไลน์
ทุกเว็บไซต์ควรจะมีระบบที่ไว้วางใจได้ ให้ลูกค้าหมดห่วงกับการชำระเงิน ปัจจุบัน มีการนำระบบ
การชำระเงิน ผ่านบัตรเครดิตมาใช้ ซึ่งได้รับความนิยมจากทั้ง ผู้ซื้อ และผู้ขาย เพราะถือว่า เป็นระบบที่ได้รับ ความปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นการใช้จ่ายในประเทศ หรือ ต่างประเทศก็ตาม หรือระบบการโอนเงินออนไลน์ผ่าน OTP (One Time Password) หรือระบบการใส่รหัสผ่านแบบครั้งเดียว ซึ่งต้องใช้เลขพาสเวิร์ดที่ได้รับในโทรศัพท์ของเจ้าของเครื่องเท่านั้น เมื่อมีการทำรายการออนไลน์ จะสามารถแน่ใจได้ว่าข้อมูลส่วนตัวจะมีการดำเนินการอย่างปลอดภัย

ข้อดี - ข้อเสียของการซื้อสินค้าออนไลน์


ข้อดีในการซื้อสินค้าออนไลน์


  • เลือกได้หลากหลายร้าน

สามารถเลือกซื้อสินค้าตามเว็บไซต์ เฟสบุคต่างๆ ได้อย่างหลากหลายและจุใจ เพราะเดี๋ยวนี้มีให้เลือกกันนับไม่ถ้วน หากให้เทียบกับการเดินช้อปปิ้งดูของเพลินๆ ตามร้านจริงๆ เราอาจจะไม่มีเวลาเดินเพียงพอครบทุกสิบๆ ร้อยๆ ร้านแบบบนเว็บไซต์ก็ได้ แถมวิธีการช้อปปิ้งแบบนี้
ไม่เหนื่อยอีกด้วย มาพร้อมการค้นหาบน Google ที่ค่อนข้างง่าย ทำให้ลัดเลาะตรงสู่สินค้าที่คุณต้องการได้อย่างเร็วไวอีกด้วย เพราะเพียงพิมพ์สินค้าตัวไหน
สินค้าประเภทนั้นก็ผุดขึ้นให้เราเลือกหลากหลายรายการแล้วนั่นเอง

  •  ตรึกตรองก่อนตัดสินใจซื้อได้นานกว่า

เวลาเราไปช้อปปิ้งตามร้านจริงๆ การจะพิจารณาว่าควรซื้อดีหรือไม่นั้น เราจะต้องรีบคิดและตัดสินใจเดี๋ยวนั้นเลย และบางร้านซื้อแล้วไม่รับเปลี่ยนคืนทำให้การช้อปปิ้งทางออนไลน์มีข้อดีตรงที่แม้อาจจะไม่สามารถรับเปลี่ยนคืนสินค้าได้เหมือนกัน แต่ทำให้เราสามารถวิเคราะห์ พิจารณาเพื่อชั่งใจเลือกซื้อสินค้านั้นๆ ได้ยาวนาน อีกทั้งยังสามารถกดสั่งจองไว้ล่วงหน้าเพื่อล็อกว่าสินค้านั้นเป็นของเราภายในระยะเวลา 3 วันได้อีกด้วย (หรือแล้วแต่ทางร้านนั้นๆ จะกำหนดว่าจองได้กี่วัน)

  • ประหยัดเวลาอันรวดเร็ว

ทั้งหมดนี้การช้อปปิ้งทางออนไลน์จึงสามารถสรุปได้ว่าจะทำให้เราสามารถประหยัดเวลาในการช้อปปิ้งได้อย่างมากโขเลยทีเดียว เพราะไม่ต้องอาบน้ำแต่งตัว นั่งรถโดยใช้เวลานานๆ ไปช้อปปิ้งตามแหล่งร้านต่างๆ และไม่เหน็ดเหนื่อยอีกด้วย เป็นการนั่งช้อปนอนช้อปที่สะดวกสบายอย่างยิ่งแล้ว

ข้อเสียจากการช้อปปิ้งออนไลน์


  • ไม่สามารถทดลองสินค้าได้

ข้อเสียจากการช้อปปิ้งทางออนไลน์นั้นมีแน่นอนเช่นกัน หลักๆ คือเราไม่สามารถที่จะทดลองสินค้าได้ ไม่สามารถสัมผัสจับต้องได้อย่างแท้จริง อีกทั้งมาตรฐานไซส์นั้นค่อนข้างแตกต่างกัน ในบรรดาเสื้อผ้าแต่ละแบบหรือแต่ละแบรนด์ของร้านต่างๆ มีการตัดเย็บที่ไม่เหมือนกัน และการไม่สามารถทดสอบได้นี่เอง อาจจะทำให้เราได้รับสินค้าไม่ตรงตามคุณภาพแบบที่คิดไว้ก็เป็นได้

  • มีความเสี่ยงที่จะโดนโกงสินค้า

สินค้าบางประเภทอย่างอาหารเสริม ครีมบำรุงผิวต่างๆ เราไม่แน่ใจนักหรอกว่าจะใช่ของแท้หรือของปลอม เพราะสมัยนี้ การจำหน่ายพวกครีมอาหารเสริมนั้นเกลื่อนเมือง ทั้งยังมาพร้อมสรรพคุณอวดโอ้อย่างไม่น่าเชื่ออีกด้วย ทำให้เราช้อปเพลินจนอาจจะเจอบางร้านที่นำของปลอมมาขายก็เป็นได้ ดังนั้น ควรจะตรวจดูว่าร้านนั้นๆ ผ่านการรับรองการจำหน่ายสินค้าอย่างไรมาบ้าง หากเป็นครีมบำรุงผิวหรืออาหารเสริมมีรหัสตัวแทนจำหน่ายของแบรนด์นั้นๆ อย่างน่าไว้วางใจไหม

  • ต้องตรวจสอบได้ทุกอย่าง 

และที่สำคัญการช้อปปิ้งออนไลน์อาจจะทำให้คุณเผลอจ่ายเงินเยอะไม่รู้ตัวได้เช่นกัน ในขณะที่การช้อปปิ้งภายนอก เรายังสามารถกำหนดวงเงินที่พกพาไปได้อย่างมีขอบเขต แต่แบบนี้ ยิ่งช้อปปิ้งอยู่กับบ้านอาจจะยิ่งทำให้เราได้ใจ เห็นนั่นนี่ก็อยากซื้อจนเงินหมดบัญชีไม่รู้ตัวก็เป็นได้

ตัวอย่างการขายของออนไลน์

5 ขั้นตอนการเริ่มต้น ขายของออนไลน์




เมื่อคุณตัดสินใจที่จะเริ่มต้นธุรกิจขายของออนไลน์ คุณก็คงอยากจะรู้ว่า ต้องทำอะไรบ้างถึงจะขายของได้ ควรจะเตรียมตัวอย่างไร สิ่งสำคัญที่ต้องมี คืออะไร และต้องทำอะไรก่อนหลัง ซึ่งคำถามเหล่านี้ จะถูกไขผ่านทาง 5 ขั้นตอนการเริ่มต้นธุรกิจ ดังนี้
1. เลือกสินค้า
“You can spend all the money in the world.
If you’ve got a bad product, it doesn’t matter.”

Harvey Weinstein

“คุณสามารถใช้เงินทั้งหมดบนโลกนี้ แต่ถ้าคุณยังได้สินค้าชั้นเลวอยู่ มันก็ป่วยการที่จะใช้เงินไปเปล่าๆ” เป็นคำพูดของ Harvey Weinstein ผู้กำกับ ชาวอเมริกันสิ่งแรกที่คุณต้องทำ คือ คุณต้องเลือกก่อนว่าจะขายอะไร ถ้าคุณยังไม่มีสินค้า หรือยังคิดไม่ออกว่าจะขายอะไรดี ธุรกิจมันก็คงจะเกิดไม่ได้ เพราะธุรกิจเดินได้ด้วยยอดขาย สิ่งที่เราแนะนำสำหรับการขายของออนไลน์ คือคุณควรจะเลือกสินค้า ที่คุณมีความรู้ และความสนใจ ในสินค้านั้นๆ เช่น เกี่ยวข้องกับงานอดิเรกของคุณ หรือเกี่ยวข้องกับงานประจำที่คุณทำอยู่ เพราะคุณจะสามารถตอบคำถาม คนซื้อได้ว่า สินค้าแต่ละชนิดที่คุณเลือกมาขาย มันแตกต่างกันอย่างไร ชิ้นนี้ดีกว่า ชิ้นนั้นอย่างไรหรืออีกวิธีหนึ่งในการเลือกสินค้า คือ การทำ Dropship หรือเลือกสินค้าที่มีคนอยากจะให้คุณเอาไปขายอยู่แล้วทาง Internet และส่งสินค้าจากเจ้าของสินค้าถึงลูกค้าโดยตรง โดยที่คุณไม่ต้องสต็อกสินค้าเอง และไม่ต้องจัดการเรื่องการส่งสินค้า ซึ่งก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ
2. เลือก Marketplace
“Location, location, location.”
William Dillard
“ทำเล ทำเล ทำเล” เป็นคำพูดของ William Dillard นักธุรกิจ ผู้ก่อตั้งห้างสรรพสินค้า Dillard ชาวอเมริกันหลังจากที่คุณมีสินค้าแล้ว ต่อไปคุณก็คงต้องเลือกว่าจะไปขายที่ไหนดี มันคงไม่เหมาะถ้าจะขายเครื่องใช้ไฟฟ้าในตลาดสด หรืออาหารสดในย่านที่ขายเสื้อผ้า การขายของออนไลน์ก็เช่นเดียวกัน คุณควรจะเลือก Marketplace ให้เหมาะกับสินค้าที่คุณเลือกเช่น ถ้าคุณจะขายหูฟัง Marketplace ที่เกี่ยวกับเครื่องเสียง หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าก็คงจะเหมาะกว่า Marketplace ที่ซื้อขายหนังสือมือสองอย่างไรก็ตาม บางคนอาจจะมองว่าการเลือก Marketplace ที่เฉพาะทางอาจจะทำให้เสียโอกาสที่จะได้ลูกค้า ที่มาจากสินค้ากลุ่มอื่นๆ เพราะฉะนั้นถ้าเค้าจะเลือกขายสินค้าผ่านทาง ebay หรือ tarad.com ก็คงจะไม่ผิดเช่นกัน
3. เลือกวิธีการรับชำระเงิน
“There is a price to pay for accomplishment.”
Edwin Louis Cole
“ความสำเร็จทั้งปวง มีราคาที่ต้องจ่าย” เป็นคำพูดของ Edwin Louis Cole นักพูด และนักเขียน ชาวอเมริกันวิธีการรับชำระเงินเป็นสิ่งที่คุณต้องคำนึงถึงเป็นลำดับต่อไป ส่วนใหญ่แล้วในประเทศไทย ซึ่งยังมีระบบการชำระเงินออนไลน์ที่ไม่ทั่วถึง และยังพัฒนาไม่ถึงขีดสุด การขายของออนไลน์ก็มักจะเลือกใช้วิธีการ โอนเงิน แล้วให้ลูกค้า Fax หรือส่ง email ใบโอนมาให้ซึ่งเป็นวิธีที่บางคนอาจจะมองว่าช้า มีขั้นตอนหลายอย่าง และทำให้เสียเวลาเป็นอย่างยิ่ง แต่ข้อดีก็คือ ไม่มี หรือเสียค่าธรรมเนียมระหว่างทางน้อย ส่วนวิธีที่ในต่างประเทศ เป็นที่นิยม และบาง Website ในประเทศไทย ก็อนุญาตให้ทำได้ นั่นคือ การจ่ายผ่านบัตรเดบิต เครดิต และจ่ายผ่าน Paypalซึ่งจะทำให้คุณได้รับเงินค่าสินค้าทันที และสร้างความเชื่อใจทั้งฝั่งคนซื้อ และคนขาย เพราะตัวกลางเหล่านี้ เปิดโอกาสให้คนซื้อที่ยังไม่ได้รับสินค้า สามารถแจ้งขอเงินคืนได้ แต่ตัวกลางเหล่านี้ก็จะมีการคิดค่าธรรมเนียมประมาณ 3% ของยอดซื้อสินค้า
4. เลือกวิธีการส่งสินค้า
“Fast is fine, but accuracy is everything.”
Wyatt Earp
“ความเร็วก็ดีอยู่หรอก แต่ความถูกต้องแม่นยำหน่ะเป็นทุกสิ่ง” เป็นคำพูดของ Wyatt Earp ตำรวจ ชาวอเมริกันสำหรับการ Dropship มันก็คงจะง่ายเลย เพราะคุณไม่ต้องรับผิดชอบเรื่องการส่งสินค้า แต่ถ้าเป็นแบบทั่วๆไป คุณก็คงต้องเลือกว่า จะส่งสินค้าอย่างไร แบบไหนถึงจะทำให้คนซื้อถูกใจ รู้สึกว่ามันง่าย และมองว่าการส่งนั้นเชื่อใจได้ ไปถึงคนซื้อได้จริงถ้าคนซื้ออยู่ในประเทศไทย ก็อาจจะง่ายหน่อย ก็ใช้บริการจากไปรษณีย์ไทยได้เลย ไม่ว่าจะเป็นการส่งแบบ EMS ที่วันเดียวถึง หรือแบบพัสดุลงทะเบียนที่มีการรับประกันมูลค่าสินค้า ส่วนถ้าส่งไปต่างประเทศ อาจจะค่อนข้างลำบาก เสียเวลา และเสียค่าใช้จ่ายค่อนข้างมากสำหรับบริการที่ถูกที่สุด ถ้าคุณส่งแบบน้อยชิ้น ก็ยังคงเป็นไปรษณีย์ไทยเหมือนเดิม แต่ถ้าคุณมียอดซื้อจากลูกค้ามากๆ การเจรจาต่อรองกับผู้ส่งสินค้ารายอื่นๆ น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า เพราะว่าคุณจะได้ส่วนลด และทำให้ค่าขนส่งสินค้าต่อชิ้น ถูกกว่าการส่งด้วยไปรษณีย์ไทย
5. เขียนคำโฆษณาประชาสัมพันธ์
“A good advertisement is one which sells the product
without drawing attention to itself.”

David Ogilvy
“โฆษณาที่ดี คือ สิ่งที่ช่วยให้ขายสินค้าได้ โดยตัวโฆษณาไม่ดึงความสนใจไปจากสินค้า” เป็นคำพูดของ David Ogilvy นักธุรกิจ ผู้ก่อตั้ง บริษัท Ogilvy & Mather และได้ชื่อว่าเป็น “The Father of Advertising” หรือบิดาแห่งการโฆษณา ชาวอังกฤษหลังจากที่คุณเตรียมตัวใน 4 ข้อแรกเสร็จแล้ว ก็ถึงขั้นตอนสุดท้าย แต่ไม่ท้ายสุด นั่นคือ การเขียนโฆษณาประชาสัมพันธ์ ซึ่งคุณก็ต้องทำให้มันดูน่าสนใจ โดยการเขียนในสิ่งที่คนซื้อจะได้ เมื่อซื้อสินค้าชิ้นนี้กับคณคนซื้อไม่ค่อยอยากรู้ว่า มันทำมาจากอะไร เพราะบอกไปเค้าก็ไม่รู้ว่ามันดียังไง แต่ถ้าคุณบอกในสิ่งที่เค้าจะได้รับ เมื่อใช้สินค้าของคุณ ใช้แล้วชีวิตเค้าจะดีขึ้นอย่างไร ให้คุณค่าอะไรกับชีวิตเค้า และใส่รูปให้ดูสวยงามแต่ไม่ควรจะเขียนโฆษณาเกินจริง มันไม่มีประโยชน์อะไร ถ้าคนซื้อเห็นว่าคำโฆษณาของคุณเป็นแค่ คำโกหก เค้าก็จะไม่ซื้อสินค้าของคุณอีก และพูดถึงสินค้าคุณในทางที่จะทำให้คุณเสียหาย ต่อคนอื่นอีก ฉะนั้น จงพูดความจริง แค่นี้ก็น่าจะเพียงพอสำหรับการ ขายของออนไลน์ แล้ว

ขายของออนไลน์ คืออะไร?

“ออนไลน์” เป็นคำที่แสดงถึงสถานะที่มีการเชื่อมต่อกับเครือข่ายใดๆ ซึ่งในเรื่องที่เราพูดถึงกันอยู่นี้ 

จะหมายถึงเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ดังนั้น “ขายของออนไลน์” ก็คือ การขายของทางอินเตอร์เน็ต

หรือถ้าให้อธิบายแบบวิชาการ จะเรียกว่า “ อีคอมเมิร์ซ (e-Commerce)” หรือ “พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์”

ซึ่งหมายถึงการดำเนินการซื้อขายสินค้าและบริการด้วยสื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต

ตัวอย่างการขายของออนไลน์


● การลงประกาศขายรถเข็นเด็กที่ไม่ได้ใช้แล้ว บนเว็บไซต์ประกาศขายสินค้าออนไลน์

www.kaidee.com

● การตั้งกระทู้ประกาศขายหนังสือการ์ตูนมือสอง โดยโพสรูปและราคา ในเว็บบอร์ด

www.modxtoy.com ห้องซื้อขาย หนังสือ ทุกชนิด

● การโพสขายกระเป๋าใหม่แบรนด์เนมยี่ห้อต่างๆ ผ่าน Social Network ต่างๆ เช่น Facebook, twitter,

Google plus, Instagram เป็นต้น

● การนำสินค้า Handmade ไปลงขายบนเว็บไซต์ที่เป็นตลาดกลาง (e-Marketplace) เช่น ebay.com,

b2bthai.com, weloveshopping.com, tarad.com, lnwmarket.com, Line Shop เป็นต้น

● การเปิดร้านค้าออนไลน์ขายเสื้อยืดบนเว็บไซต์ www.24tshirts.com